การสร้างเว็บเพจโดยใช้ภาษา
PHP บทที่ 34
ตัวอย่างฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสตริงค์
สองฟังก์ชันแรกที่เราจะทำความรู้จักคือ
ฟังก์ชัน strtolower() และ strtoupper() ซึ่งมีหน้าที่คือ เอาไว้แปลงตัวอักขระภาษาอังกฤษให้เป็นตัวพิมพ์เล็ก
หรือตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ตามตัวอย่างต่อไปนี้
<?
$answer = "Yes";
if ($answer == "yes")
echo "yes...\n";
else
echo "error!\n";
$answer = strtolower("Yes");
if ($answer == "yes")
echo "yes...\n";
else
echo "error!\n";
$answer = strtoupper("Yes");
if ($answer == "YES")
echo "YES...\n";
else
echo "error!\n";
?> |
ประโยชน์ของฟังก์ชันทั้งสองที่เห็นได้ชัด
คือ เอาไว้ใช้แปลงข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็กทั้งหมด ก่อนที่เราจะใช้ในการเปรียบเทียบข้อความ
เช่น ผู้ใช้อาจจะใส่ข้อความไว้ใน $answer ว่า "Yes" "YeS" "yES"
หรือ "YES" เป็นต้น แต่เราอยากรู้ว่า ผู้ใช้ใส่คำว่า yes หรือไม่
โดยไม่สนใจว่าจะเป็น ตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็ก ในกรณีนี้ เราก็แปลงให้เป็นตัวพิมพ์เล็กก่อน
แล้วก็นำมาเปรียบเทียบ
สมมุติว่า
มีสตริงค์หรือข้อความอยู่แล้วต้องการจะแยกออกเป็นส่วนย่อยๆโดยใช้ตัวอักขระ
หรือสตริงค์ที่มีอยู่ข้างในเป็นตัวแยก เราจะใช้ฟังก์ชัน explode()
ตามตัวอย่างต่อไปนี้
<?
$str = "ohh:users:bash";
list($user,$group,$shell) = explode(":",$str);
echo "$user $group $shell";
?> |
จากตัวอย่างข้างบนเราใช้
":" เป็นตัวแยกส่วนของข้อความว่า "ohh:users:/bash" และค่าที่ได้จากฟังก์ชัน
explode() จะเป็น array ดังนั้น เราก็สามารถใช้ฟังก์ชัน list() เก็บส่วนของข้อความที่ถูกแยกแล้วได้
ในกรณีนี้มีสามส่วนและถูกแยกเก็บไว้ในตัวแปร $user $group และ $shell
ตามลำดับ
ฟังก์ชันที่ทำงานตรงกันข้ามกับฟังก์ชัน
explode() คือฟังก์ชัน join ตัวอย่างการใช้งานมีดังนี้
<?
unset($a);
$a[]="aaa";
$a[]="bbb";
$a[]="ccc";
echo join(":",$a)."<BR>\n";
?> |
|