การสร้างเว็บเพจโดยใช้ภาษา PHP บทที่ 16

การแบ่งสายงานโดยจำแนกตามเงื่อนไขแบบ switch-case

นอกเหนือจากการใช้ if-else ในการจำแนกกรณีตามเงื่อนไขแล้ว เรายังสามารถใช้โครงสร้างแบบ switch-case ได้ ตัวอย่างเช่น
 
switch ($day) {
  case 1 :
    echo "Monday<BR>\n";
    break;
  case 2 :
    echo "Tuesday<BR>\n";
    break;
  case 3 :
    echo "Wednesday<BR>\n";
    break;
  case 4 :
    echo "Thurday<BR>\n";
    break;
  case 5 :
    echo "Friday<BR>\n";
    break;
  case 6:
    echo "Saturday<BR>\n";
    break;
  case 7 :
    echo "Sunday<BR>\n";
    break;
  default :
    echo "error<BR>\n";
}

ถ้าตัวแปร $day มีค่าที่อยู่ระหว่าง 1 ถึง 7 ก็จะพิมพ์ชื่อวันเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าตัวแปรมีค่านอกเหนือจากนั้น ซึ่งในกรณีจะเป็น default ในโครงสร้างแบบ switch-case ก็จะพิมพ์คำว่า error เพื่อให้ผู้ใช้ทราบ
โปรดสังเกตว่า ในแต่ละกรณี จะต้องจบด้วยคำสั่ง break; ยกเว้นแต่ของ default  ซึ่งจะมีหรือไม่ก็ได้ ถ้าเราไม่ได้ใส่คำสั่ง break; เอาไว้ โปรแกรมก็จะกระทำคำสั่งทุกคำสั่งในกรณีที่อยู่ถัดมา

การจำแนกกรณีไม่จำเป็นต้องอาศัยเฉพาะตัวแปรที่เก็บค่าจำนวนเต็มเท่านั้น ข้อมูลแบบอื่นก็ใช้ได้ เช่น ใช้ข้อความเป็นตัวจำแนกกรณี เช่น
 
switch ($answer) {
  case "yes" :
     echo "The user said 'yes'.\n";
     break;
  case "no" :
     echo "The user said 'no'.\n";
     break;
  default:
    echo "The user said neither 'yes' nor 'no'.\n";
}

โปรดสังเกตว่า การจำแนกโดยใช้ข้อความนี้ จะดูความแตกต่างระหว่างตัวพิมพ์เล็กหรือใหญ่ด้วย

ในบางครั้งเราอาจจะไม่จำเป็นต้องใส่ break; ก็ได้ ตัวอย่างเช่น
 
switch ($answer) {
  case "yes" :
  case "no" :
     echo "The user said '",$answer,"'.\n";
     break;
  default:
    echo "The user said neither 'yes' nor 'no'.\n";
}